เริ่มสร้างบ้าน ฐานต้องแข็ง

พื้นสำเร็จรูปแบบกลวง

ก่อนจะเริ่มต้นสร้างบ้าน ผมกังวลอีกเรื่องเกี่ยวกับฐานบ้าน ว่าจำเป็นแค่ไหนที่จะต้องทำให้ฐานมันแน่นและบ้านไม่ทรุด อีกทั้งจะต้องปลูกให้บ้านอยู่สูงกว่าถนน เพราะพื้นดินที่จะปลูกนั้นต่ำกว่าถนนหลายเมตร จำเป็นต้องถมให้ได้ระดับก่อน คือถมดินสูงแล้วอัดก่อนทำการลงเข็มรอบๆ ที่จะสร้างบ้าน

ทีนี้ปัญหาคือเรื่องของคาน จะปลูกบนพื้นไปเลย หรือจะให้บ้านอยู่บนคาน ภาษาช่างน่าจะเรียกว่า การเทคานลอย ซึ่งหลายเสียงแนะนำว่าไม่ต้องเสียเงินถมที่หรอก ยังไงบ้านก็ต้องอยู่บนคานอยู่แล้ว ทำฐานให้แข็งจะดีกว่า หลังจากได้ยินได้ฟังก็เริ่มต้นศึกษาก่อน บ้านในลักษณะอยู่บนคานลอยนั้น มันแข็งแรงแค่ไหน ข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไร เนื่องจากในหัวผมมีแต่การถมที่อัดให้แน่นและลงเข็มเสร็จแล้วสร้างบ้านเลย ปัจจัยที่จำเป็นทำให้ผมต้องเริ่มหาข้อมูล เพราะการถมดินมีราคาแพงมาก อีกทั้งบ้านจะต้องสูงกว่าพื้นดินเดิมเกือบ 2 เมตร ซึ่งก็ได้พบกับข้อมูลหลายอย่าง ซึ่งสรุปว่า ไม่ว่าจะวิธีไหน ก็ต้องขุดพื้นสำหรับลงเข็ม จะขุดลึกแค่ไหนก็อยู่ที่ระดับดินรอบพื้นที่



ทีนี้ฐานบ้านจึงเป็นสิ่งสำคัญเพราะโครงสร้างส่วนใหญ่อยู่บนฐานและถ่ายเทน้ำหนักลงเสาเข็ม ฐานบ้านมีหลายแบบ แต่ที่นิยมใช้กับบ้านส่วนใหญ่คือการเทพื้นให้อยู่บนคาน มากกว่าจะเทพื้นให้อยู่บนดิน

พื้นหล่อกับที่บนพื้นดิน แบบนี้เหมาะกับพื้นภายนอกอาคาร เช่น ลานซักล้าง โรงรถ เพราะใช้พื้นดินและเข็มที่กระจายไปรอบๆ นั้นรับน้ำหนักแทน พื้นแบบนี้แค่ผูกเหล็กตามแบบวางบนพื้นแล้วเทคอนกรีตเลย ประหยัดงบในการทำคาน แถมก่อสร้างได้รวดเร็ว ลักษณะของพื้นหล่อกับที่ เป็นได้ทั้งพื้นบนดินและพื้นลอย (อยู่เหนือดิน) แต่จากที่ศึกษาดูก็พบว่าพื้นแบบนี้ไม่ค่อยแข็งแรงมาก มีโอกาสยุบตัวสูงกรณีดินที่ถมไม่แน่น เพราะไม่มีคานรองรับน้ำหนัก

เริ่มสร้างบ้าน ฐานต้องแข็ง

พื้นหล่อกับที่โดยโครงพื้นยึดอยู่กับคาน ตัวพื้นอาจทับบนดินหรือยกสูงลอยเหนือดินก็แล้วแต่ความต้องการ เริ่มด้วยการใช้เข็มเจาะ และทำคานคอดิน ด้วยการเอาดินที่ได้จากการทำเข็มเจาะและทรายหยาบ ปั้นรองรับท้องคาน แต่เมื่อสร้างบ้านเสร็จต้องถมดินรอบๆ บ้านเพิ่ม เพราะส่วนที่เป็นฐานบ้านสูงกว่า

  1. ตัวพื้นติดกับดินก็อาจใช้การปรับระดับผิวดินก่อนแล้วปูแผ่นพลาสติกทั่วบริเวณเพื่อป้องกันความชื้นที่จะแผ่ขึ้นมา จากนั้นจึงผูกเหล็กตามแบบ ตั้งระดับแล้วเทคอนกรีตลงไป ทิ้งไว้ให้แห้งและบ่มตัวตามกำหนดก็ใช้งานได้ โดยจะปูวัสดุบุผิวต่างๆ ลงไปอีกครั้งหนึ่ง
  2. พื้นลอยสูงกว่าผิวดิน ก็ต้องใช้ไม้แบบเป็นพื้นเพื่อรองรับการเทคอนกรีต จากนั้นก็ผูกเหล็กตามแบบแล้วเทคอนกรีตลงไป ทิ้งไว้ให้คอนกรีตบ่มตัวจนได้ที่จึงจะถอดไม้แบบออก ถ้าความสูงของพื้นแคบมากการถอดไม้แบบออกอาจไม่สะดวกหรือทำไม่ได้ ช่างมักจะทิ้งไม้แบบเอาไว้อย่างนั้น ส่วนนี้เสี่ยงปลวกขึ้น

เริ่มสร้างบ้าน ฐานต้องแข็ง

วิธีที่ผมเลือกใช้คือการเทพื้นลอยสูงกว่าผิวดินแต่ไม่ต้องทิ้งไม้แบบให้ปลวก คือการเจาะเข็มทั่วพื้นที่บ้านที่จะใช้เป็นฐานก่อน แล้วถมดินหรือทรายเพื่อใช้ดินเป็นฐานแบบหล่อคานหรือขุดดินปั้นรับท้องคานก่อน เสร็จแล้วเมื่อคานได้ที่ก็ถมดินหรือทรายให้แน่นในระดับเดียวกับคาน วิธีนี้จะไม่ต้องถมดินมาก แต่ถมเฉพาะใต้ฐานพื้นเพื่อไม่ให้เกิดช่องว่าง แล้วใช้ทรายที่ถมนั้นเป็นฐานสำหรับเทพื้นอีกที

วิธีนี้หากใครไม่ต้องการถมก็อาจใช้ไม้แบบทำในวิธีแรก หากกลัวปลวกก็ฉีดพ่นยาฆ่าปลวกเป็นประจำก็อาจช่วยได้ในระดับหนึ่ง ปัจจุบันก็นิยมพื้นลอยที่เชื่อมอยู่กับคานเป็นส่วนมาก โดยเฉพาะพื้นในตัวอาคาร ฐานบ้าน 50 ตารางเมตรก็อาจใช้ดินหรือทรายไม่มาก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสูงของพื้นบ้านที่ต้องการด้วย ถ้าสูงมากก็อาจต้องใช้ดินหรือทรายถมมาก โดยคำนึงถึงพื้นที่รอบบ้านด้วย ไม่อย่างนั้นดินที่อยู่สูงจะไหลลงที่ต่ำทำให้เกิดเป็นรูเป็นโพรงง่ายๆ

เริ่มสร้างบ้าน ฐานต้องแข็ง

การเทพื้นหล่อกับที่โครงพื้นยึดอยู่กับคาน และตัวพื้นลอยอยู่เหนือดิน

การทำพื้นหล่อกับที่นั้น หากเป็นพื้นชั้นล่างที่ติดกับดินหรือทรายถม โดยทั่วไปแล้วเราจะเห็นว่าการทำพื้นในระบบนี้ มีขั้นตอนมากและต้องใช้เวลามากกว่าจะใช้งานพื้นนั้นๆ ได้ จึงมีการพัฒนาเป็นพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กสำเร็จรูป หรือที่เรียกว่า “พื้นสำเร็จรูป” พื้นระบบนี้เป็นพื้นที่ออกแบบและทำขึ้นเพื่อแก้ปัญหาหรือขจัดข้อเสียของพื้นหล่อกับที่หลายอย่าง

ปัจจุบันงานก่อสร้างบ้านและอาคารหลายชนิด รวมถึงอาคารที่พักอาศัยประเภทบ้าน มักใช้พื้นสำเร็จรูปกันมากขึ้น เพราะประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย แต่ก็มักมีปัญหาเรื่องความไม่แน่ใจในความแข็งแรงและการรับน้ำหนักได้ดีกว่าพื้นหล่อในที่หรือไม่ ซึ่งคำตอบก็อยู่ในตัวของมันเองว่า พื้นหล่อกับที่ มีความเข็งแรงทนทานกว่า

แต่ถ้าพิจารณาในเชิงปฏิบัติ พื้นสำเร็จรูป ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานตามความเหมาะสมของสภาพของมันโดยเฉพาะ ซึ่งก็คือ พื้นสำเร็จรูปจะมีความแข็งแรงทนทานตามหน้าที่ของมัน ซึ่งได้รับการออกแบบให้รับน้ำหนักในขนาดต่างๆ ตามสภาพและความต้องการในการใช้สอย ความเสียหายของพื้นสำเร็จรูปก็คือการใช้พื้นผิดประเภท เช่น ใช้รับนำหนักมากเกินไป ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามมาตรฐานและขั้นตอน พื้นสำเร็จรูปก็มีความคงทนแข็งแรงได้ดีไม่แพ้พื้นหล่อกับที่

ชนิดของพื้นสำเร็จรูป

ชนิดของพื้นสำเร็จรูป

1. พื้นสำเร็จรูประบบคานรูปตัวที เป็นพื้นสำเร็จรูปที่ใช้คานลักษณะเป็นตัวทีหงาย การประกอบติดตั้งจะต้องวางคานตัวทีนี้พาดระหว่างคานหลักของอาคาร เว้นระยะระหว่างคานตามที่กำหนด จากนั้นก็ใช้บล็อกคอนกรีตที่ทำมาเป็นองค์ประกอบของระบบนี้ว่างคร่อมช่องว่างดังกล่าวจนเต็มหมด จากนั้นก็ผูกเหล็กวางลงไป เทปูนทรายทับหน้า รอจนแข็งตัวดีก็เป็นอันใช้ได้ โดยสามารถปูวัสดุบุผิวต่างๆ ลงไปได้เลย พื้นระบบนี้ออกแบบมาสำหรับเป็นพื้นอาคารพักอาศัยโดยเฉพาะ แต่ก็สามารถใช้องค์ประกอบของคานกับบล็อกที่ใหญ่ขึ้นในการรับน้ำหนักที่มากขึ้นสำหรับอาคารประเภทอื่นๆ

2. พื้นสำเร็จรูปแบบตัวยูคว่ำ เป็นพื้นสำเร็จรูปที่มีชิ้นส่วนเดียว นำมาวางพาดพบคานต่อชิดกันไปจนเต็มพื้นที่ที่ต้องการ แล้วจึงผูกเหล็กเทปูนทรายทับหน้า นับเป็นพื้นสำเร็จรูปที่ประกอบติดตั้งได้รวดเร็ว และสามารถออกแบบให้ใช้กับอาคารพักอาศัย อาคารโรงงาน และอาคารสาธารณะทั่วไปได้เป็นอย่างดี

3. พื้นสำเร็จรูปแบบกลวง เป็นพื้นที่มีความสามารถในการรับน้ำหนักได้มาก เหมาะสำหรับใช้กับอาคารพาณิชย์หรืออาคารที่ต้องรับน้ำหนักมากๆ หากนำมาใช้กับบ้านก็อาจจะเกินความจำเป็น

พื้นสำเร็จรูปแบบกลวง

อย่างไรก็ตาม เหตุผลที่จะใช้พื้นสำเร็จรูปหรือไม่นั้น ไม่ได้มาจากเหตุผลข้างต้นทั้งหมด แต่มาจากความพอใจของเจ้าของบ้าน เพราะไม่ว่าจะเลือกพื้นระบบใด พื้นระบบนั้นก็สามารถทำหน้าที่ของมันได้อย่างสมบูรณ์ นอกจากราคาเท่านั้นที่จะเป็นตัวกำหนดความแตกต่างโดยผู้ที่เลือกใช้พื้นหล่อกับที่ อาจจะต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น ส่วนผู้ที่ต้องการความรวดเร็วและประหยัด การเลือกใช้พื้นสำเร็จรูปก็จะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด

ก่อนเทพื้น ต้องกำจัดปัญหาความชื้นก่อน

ปัญหาเรื่องน้ำและความชื้น เป็นปัญหามากโดยเฉพาะความชื้นที่ทำให้ไม้โก่งงอ ขึ้นราหรือหลุดล่อน พื้นคอนกรีตก็มีปัญหาของเหล็กที่ขึ้นสนิมและลามมาถึงวัสดุปูผิวพื้นตอนบน เพราะนอกจากไม้ที่โก่งงอแล้ว วัสดุปูพื้นประเภทกระเบื้องหินชนิดต่างๆ ก็จะหลุดล่อนหรือความชื้นจะละลายวัสดุยาแนวของพื้นนั้นให้ซึมขึ้นมาเป็นคราบ จำเป็นต้องมีการป้องกันความชื้นก่อนที่จะก่อสร้างพื้นหรือปูผิวพื้น โดยใช้วัสดุกันชื้น นั่นก็คือแผ่นพลาสติก สำหรับงานก่อสร้างทั่วไป เช่น ตึกแถว ทาวน์เฮ้าส์ บ้านพักอาศัยธรรมดา มีแผ่นพลาสติกขายเป็นม้วนสำหรับรองพื้นกันความชื้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกรรมวิธี และตำแหน่งที่จะปูพลาสติก

ส่วนการปูแผ่นพลาสติกทับหน้านั้นจะเหมาะกับระบบพื้นไม้แผ่นธรรมชาติ หรือไม้เข้าลิ้นสำเร็จรูป โดยจะต้องทำคร่าวไม้รับพื้นดังกล่าวเสียก่อน หรือไม่ก็ปูไม้อัดทับตัวพื้นนั้นลงไปแล้วจึงปูไม้เข้าลิ้นสำเร็จรูป ความชื้นเป็นปัญหาหลักของการบิดตัว แม้บริเวณดังกล่าวอาจอยู่บนที่สูง มีการยกพื้นสูงและดินถมใหม่เป็นดินแห้ง แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ความชื้นจะค่อยๆ ซึมซาบขึ้นมาอยู่เรื่อยๆ อาจจะเร็วหรือช้าต่างกัน ดังนั้น ความใส่ใจ ความพิถีพิถัน และความไม่ประมาทต่อผลในระยะยาวแล้ว การกันความชื้นให้ระบบพื้นจึงเป็นเรื่องที่ต้องทำ เทคนิคง่ายๆ ก็คือ เจาะรูระบายอากาศให้กับส่วนที่คิดว่าจะมีความชื้นในอนาคต ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป

iKSSN เจ้าบ้าน

iKSSN เจ้าบ้าน

ก็แค่เด็กที่อยากจะสร้างบ้านสวยๆ เพื่อครอบครัวที่อบอุ่น คบเด็กสร้างบ้าน ได้บ้านดีๆ เพื่อเป็นต้นแบบบ้านในอนาคตของคุณเอง อาจจะมีไอเดียดีๆ ไว้ใช้กับบ้านของคุณก็ได้ ลองคบกันดู